บทบรรณาธิการ

          ในบทความเรื่องแรกของเล่มนี้เป็นบทความของ ดร.ณัชพล จิตติรัตน์ จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยผู้เขียนได้เสนอบทความเรื่อง การใช้การตรวจลงตราอิเล็กทรอนิกส์เพื่อป้องกันอาชญากรรมที่กระทำโดยคนต่างด้าว และเสนอแนะให้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติตรวจคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ เพื่อนำวิธีการตรวจลงตราอิเล็กทรอนิกส์มาใช้แทนระบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

          บทความถัดมาเป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศโดย ดร.ยศพนธ์ นิติรุจิโรจน์ ได้เสนอบทความเรื่อง คดีทะเลจีนใต้กับการอ้างสิทธิของประเทศจีน และได้วิเคราะห์คำชี้ขาดของศาลอนุญาโตตุลาการในประเด็นเรื่องการอ้างสิทธิทางประวัติศาสตร์ในทะเลจีนใต้ของจีนไว้อย่างน่าสนใจ

           รองศาสตราจารย์ ดร.ทวีพฤทธิ์ ศิริศักดิ์บรรจง ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ พ.ต.ต.ดร.ชูชีวรรณ ตมิศานนท์ และ นางสาวเบญญา วงศ์สว่างพานิช ได้เสนอบทความเรื่อง กฎหมายวัฒนธรรมของประเทศมาเลเซียเพื่อการบริหารมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม : บทเรียนสำหรับประเทศไทย โดยได้นำเสนอในส่วนของมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เพื่อนำกฎหมายฉบับดังกล่าวของประเทศมาเลเซียมาเป็นแนวทางให้กับพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. ๒๕๕๙ ของไทยต่อไป

          ในบทความเรื่อง หลักเสรีภาพในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร : ดาวเทียมเพื่อการกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์โดยตรง รองศาสตราจารย์ ดร.นิพันธ์ จิตะสมบัติ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกระจายเสียงผ่านดาวเทียมโดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ในวงการนักกฎหมายไทย

           ดร.มนุเชษฐ์ โรจนศิริบุตร ได้เสนอบทความเรื่อง การบริหารจัดการแบบอ้างอิงหลักฐานกับการบริหารคดีแรงงานในยุค Thailand 4.0 ซึ่งเป็นการบริหารจัดการสมัยใหม่ที่จะช่วยลดปริมาณคดีที่จะขึ้นสู่ศาลแรงงานให้น้อยลงไว้อย่างน่าสนใจ

           ท่านสุพิชฌาย์ ศิริวัฒนา สีตะสิทธิ์ ผู้พิพากษาจากศาลภาษีอากรกลาง ได้นำเสนอบทความเรื่อง การใช้มาตรการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อเพิ่มทรัพยากรต้นไม้ให้แก่ประเทศไทย โดยเห็นด้วยกับการมีพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งจะส่งผลให้มีการใช้ประโยชน์จากที่ดินรกร้างว่างเปล่าในประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้น

           นายธรรมนูญ สงวนเขียว ได้เสนอบทความเรื่อง ความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยความร่วมมือทางการศาลในการส่งเอกสารทางการศาลและเอกสารอื่นในเรื่องทางแพ่งหรือพาณิชย์ โดยเสนอให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีของอนุสัญญากรุงเฮกดังกล่าวและให้มีการออกข้อกำหนดประธานศาลฎีกาในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นการพัฒนารูปแบบและขั้นตอนการประสานความร่วมมือทางการศาลระหว่างประเทศของไทยให้มีประสิทธิภาพและมีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้นอันเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้แก่คู่ความและประชาชน

           นางสาวกนกอร ฟองคำ ได้เสนอบทความเรื่อง การบังคับคดีกับคริปโทเคอร์เรนซีในคดีล้มละลาย โดยนำเสนอกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วยกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลียเพื่อเป็นแนวทางในการนำมาปรับใช้ในประเทศไทยไว้อย่างน่าสนใจ

          ในบทความเรื่อง ศึกษาวิเคราะห์แนวทางในการตรากฎหมายใบตราส่งอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย คุณสุรีพร ภาวสุทธิกุล ได้เสนอให้มีการออกใบตราส่งด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยเพื่อให้เกิดความสะดวกและเชื่อมั่นต่อระบบการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศทางทะเล

          ในบทความสุดท้าย ดร.สุรสิทธิ์ แสงวิโรจนพัฒน์ ได้เสนอบทความเรื่อง จำเลยอมอวัยวะเพศชายของผู้เสียหายเป็นความผิดอาญาฐานอนาจารโดยการล่วงล้ำหรือเป็นความผิดอาญาฐานอนาจารธรรมดา โดยการนำหลักกฎหมายต่างประเทศที่เกี่ยวข้องมาใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาที่ตั้งไว้และได้ข้อสรุปว่า การกระทำดังกล่าวของจำเลยไม่ใช่ความผิดฐานอนาจารธรรมดา แต่เป็นความผิดฐานอนาจารโดยการล่วงล้ำ

 

บรรณาธิการ