บทบรรณาธิการ

          ในบทความเรื่องแรกของเล่มนี้ ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์แสวง บุญเฉลิมวิภาส เขียนในเรื่อง การคุ้มครองชีวิตในครรภ์กับความจำเป็นในการทำแท้ง ซึ่งผู้เขียนได้เสนอทางออกของการแก้ปัญหาในเรื่องการทำแท้งด้วยวิธีการให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยาก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการทำแท้งโดยแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกับ พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. ๒๕๕๙ และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องไว้อย่างน่าสนใจ

          บทความเรื่อง กฎหมาย ๔.๐ ตอน บทบาท APIs ในการพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่กับ Fair use ในกฎหมายลิขสิทธิ์ โดย ท่านสรวิศ ลิมปรังษี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา เป็นเรื่องเกี่ยวกับลิขสิทธิ์และข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ใน APIs ที่ถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญของโปรแกรมคอมพิวเตอร์และแพลทฟอร์มในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นข้อถกเถียงในแวดวงวิชาการและทางปฏิบัติถึงความเหมาะสมของการให้ความคุ้มครองทางกฎหมาย และการเปิดโอกาสให้บุคคลอื่นสามารถนำ APIs ไปใช้เพื่อทำให้เกิดการพัฒนาและความแพร่หลายของเทคโนโลยีมากขึ้น

           ประมวลกฎหมายอาญาของไทยไม่มีฐานความผิดเฉพาะเกี่ยวกับการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ในขณะที่ปรากฏความผิดฐานนี้ในกฎหมายพิเศษหลายฉบับ บทความเรื่อง ข้อเสนอแนะในการบัญญัติความผิดฐานขัดขวางกระบวนการยุติธรรมในประมวลกฎหมายอาญาของไทย ของ ดร.ศุภกิจ แย้มประชา เปรียบเทียบกฎหมายเกี่ยวกับการขัดขวางกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยกับต่างประเทศแล้วเสนอว่าเพื่อสร้างเอกภาพและประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย ควรบัญญัติฐานความผิดเกี่ยวกับการขัดขวางกระบวนการยุติธรรมขึ้นใหม่ในประมวลกฎหมายอาญา

          ในบทความเรื่อง ความรับผิดโดยประมาทที่ไม่ต้องการผลในประมวลกฎหมายอาญาของไทย โดย คุณพลสิทธิ์ จิระสันติมโน ผู้เขียนได้เสนอแนวคิดในเรื่องของการลงโทษบุคคลในทางอาญาสำหรับการกระทำโดยประมาท โดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลของการกระทำที่เกิดขึ้น แม้แนวคิดดังกล่าวจะปรากฏให้เห็นในประมวลกฎหมายอาญาของไทยอยู่แล้วก็ตาม แต่ก็เป็นเฉพาะบางฐานความผิดเท่านั้น ความน่าสนใจของข้อเสนอของผู้เขียนอยู่ที่การเปลี่ยนแนวคิดของการพิจารณาในส่วนของผลของการกระทำมาสู่การพิจารณาในส่วนของความเป็นอันตรายของการกระทำ

           ดร.สุรสิทธิ์ แสงวิโรจนพัฒน์ ได้เสนอบทความเรื่อง หลักเกณฑ์การกำหนดความผิดอาญาตามกฎหมายต่างประเทศ โดยได้เสนอแนวคิดในเรื่องดังกล่าวตามความเห็นของนักกฎหมายเยอรมันและนักกฎหมายอังกฤษ ตลอดจนคำพิพากษาของศาลสิทธิมนุษยชนแห่งสหภาพยุโรป พร้อมทั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๕/๑ ที่น่าจะมีปัญหาในเรื่องของการตีความข้อกฎหมายดังกล่าวในอนาคต

 

บรรณาธิการ